หลักสูตร TOEFL

TOEFL

TOEFL  ย่อมาจากคำว่า  Test Of English Foreign Language  ได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งรูปแบบการสอบ การคิดคะแนน และวิธีการสอบ   การสอบ TOEFL เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับคนต่างชาติที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อย่างคนไทย เพื่อนำผลคะแนนไปยื่นกับสถาบันการศึกษาที่หมายตาเอาไว้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติที่ใช้สมัครเรียนระดับต่างๆ  ผลคะแนน TOEFL นั้น ไม่เฉพาะใช้สมัครเรียนในสถาบันการศึกษาที่เป็นระบบอเมริกันเท่านั้น ปัจจุบันประเทศต่างๆ กว่า 110 ประเทศ และสถาบันการศึกษากว่า 6,000 แห่งทั่วโลก ยอมรับผลคะแนน TOEFL 

         การสอบ TOEFL ในอดีตประกอบด้วย 2 แบบ คือ สอบแบบที่ใช้กระดาษในการทำข้อสอบ (Paper-based Testing : PBT) และการสอบที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำข้อสอบ (Computer-based Testing : CBT) กระทั่งปี 2005 ได้เปลี่ยนแปลงการสอบให้สอบผ่านอินเตอร์เน็ต (Internet-based Testing : iBT) โดยเลิกใช้การสอบทั้ง 2 แบบไปเรื่อยๆ จนกว่าการสอบผ่านอินเตอร์เน็ตจะแพร่หลายมากขึ้น และยกเลิกไปในที่สุด  ในประเทศไทยมีการสอบ iBT แล้วในกรุงเทพฯ ลาดกระบัง หาดใหญ่ นครปฐม ส่วนที่อื่นๆ ยังใช้ระบบ PBT อยู่ คาดว่าจะเปลี่ยนไปใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการสอบทั้งหมดภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

สำหรับการสอบ TOEFL iBT จะใช้เวลาสอบประมาณ 4 ชั่วโมง โดยเน้นการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการ เพื่อใช้ความรู้ทางภาษาไปใช้

 

การศึกษาต่อในระดับสูง โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ทักษะ ดังนี้

1.Reading Comprehension + Vocabulary

2.Writing

3.Speaking

4.Listening

 

1.Reading Comprehension + Vocabulary

  • สัดส่วนที่เรียนคือ =70%  Vocab.=30%
  • เรียนเทคนิคการอ่านเร็ว โดยเน้นเฉพาะจุดที่โจทย์ถาม
  • เรียนวิธีจับใจความส าคัญของเรื่อง
  • ได้วิธีตอบโจทย์หลายรูปแบบ โดยสามารถดูออกว่ากำลังถูกถามอะไร และต้องอ่านจุดใดโดยเฉพาะ
  • ฝึกทำ Cloze Test หรือการเติมคำ/ข้อความในเนื้อเรื่อง
  • สอนศัพท์เป็นกลุ่ม สอนวิธีแตกศัพท์เป็นหลายๆเท่าตัว
  • ฝึกตีความหมายศัพท์ยากในประโยค หรือเนื้อเรื่อง

Reading

สอนวิธีพิจารณาโจทย์แต่ละชนิดก่อน ว่ามีคำชี้นำอะไร ที่บอกให้รู้ว่ากำลังถูกเช็คความรู้ด้านใด

จากนั้นจึงค่อยหันไปอ่านเรื่อง เฉพาะโซนที่โจทย์ถามแนะวิธีจับใจความสำคัญ เพื่อตอบโจทย์เกี่ยวกับ Main Idea, Title, Inference, Theme, Topic Sentenceให้หลักการตีความหมายศัพท์ยาก โดยอาศัยเครื่องมือต่างๆ เช่น Context Clue, Restatement, Prefix, Root, Suffix, และเครื่องหมายวรรคตอนต่างๆสอนหลักการนำคำหรือข้อความสั้นๆ ไป click แทนที่คำหรือที่ว่างในเนื้อเรื่อง ตามแนว Internet-Based Test

สามารถถ่ายเอกสารแบบฝึกหัดพร้อมเฉลย ให้ทำที่บ้าน

2.Writing

เป็นหลักสูตร Writing เบื้องต้น โดยผู้เรียนส่วนมากมีพื้นความรู้ระดับ ม.ปลายหรือเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1

เริ่มจากไม่ถนัดเขียน จนเขียนเป็นภายในไม่กี่สัปดาห์เหมาะกับนักเรียนที่เพิ่งหัดเขียน Writing หรือผู้ที่พอเขียนออก แต่ยังไม่รู้ระบบสากลในการเขียนสอนเขียนประโยคที่ไพเราะ + ย่อหน้า + เนื้อเรื่องสั้นๆบอกวิธีเขียนให้ตรงประเด็นที่โจทย์สั่งให้ประโยคสูตรหรือประโยคมาตรฐาน เพื่อช่วยให้เขียนได้ยาวขณะสอน จะมีการเขียนให้ดูเป็นตัวอย่างสามารถนำหลักไปใช้ในการสอบตรงที่มีวิชา Writingช่วยในการสอบแยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษก่อนเรียนหลักสูตรอินเตอร์นำหลักที่ได้ไปประยุกต์ตอบข้อสอบอัตนัยวิชาอื่นได้ช่วงท้ายหลักสูตรแนะวิธีเขียนเพื่อเตรียมสอบชิงทุนทำให้พร้อมเรียนหลักสูตร TOEFL & IELTS หรือสามารถทำการบ้านและเขียนรายงานเมื่อไปเรียนต่างประเทศ

จุดเด่นของหลักสูตร

  • สอนวิธีตีความหมายโจทย์ ที่มีรูปประโยคยุ่งยากซับซ้อนให้
  • ช่วยพัฒนาการเขียนได้ ภายในไม่กี่สัปดาห์
  • เรียนกลุ่มไม่ใหญ่ ทำให้ใกล้ชิดกับครู
  • ได้หลักการเขียนที่นำไปปฏิบัติได้จริง และทำได้เร็ว
  • ใช้คำอธิบายง่ายๆ ฟังสบาย  ไม่เครียด
  • แทรกความรู้รอบตัว เพื่อนำมาเขียนเป็นตัวอย่างในเรียงความ
  • ตัวนักศึกษาเป็นผู้เลือกโจทย์ เพื่อมาเขียนกันสดๆบนกระดาน จึงเป็นการเรียนเรื่องที่อยากเรียน และเรียนในลักษณะช่วยกันแก้ปัญหาการตีโจทย์ไม่ตก หรือเขียนไม่ออก
  • ไม่ใช้วิธีล็อคโจทย์ไว้ก่อน จนทำให้ครูเป็นจุดเด่นแต่ผู้เดียว

รายละเอียดหลักสูตร

  • เรียนวิธีวางโครงเรื่องรูปแบบต่างๆที่ออกสอบ เพื่อเขียนได้เร็ว
  • นำตัวอย่างการตอบที่ดี มาวิเคราะห์ให้ดู เพื่อทำตาม
  • มีสูตรสำเร็จ หรือประโยคมาตรฐานให้ใช้ ทำให้เขียนได้ยาว
  • ถ้าจำประโยคสูตรได้ ก็เท่ากับเขียนได้ร่วมครึ่งเรื่องแล้ว
  • บอกจุดอ่อนที่มักเขียนผิดของนักศึกษาไทย ทำให้ไม่ผิดพลาดซ้ำ
  • สอนการแต่งประโยค ชนิดที่ใช้บ่อยในการบรรยาย
  • แนะนำให้ใช้ศัพท์ที่หลากหลาย และ เหมาะสมกับสถานการณ์
  • มีการช่วยกันระดมสมอง เพื่อช่วยกันเขียนเรื่องในห้องเรียน
  • นำหัวข้อที่ออกสอบจริงมาฝึกหัดเขียน
  • ส่งแบบฝึกหัดแล้ว จะได้รับการตรวจแล้วรับคืนในสัปดาห์ถัดไป
  • สามารถส่งทาง e-mail
  • เมื่อตรวจเสร็จแล้ว ครูจะไม่เมล์กลับไป แต่จะคืนงานให้ในชั้น

หัวข้อที่เน้นในการสอน

  • ISSUE สอนวิธีบอกจุดยืนในประเด็นที่โจทย์เสนอมาให้พิจารณา ซึ่งไม่ว่าโจทย์จะเขียนหลอกล่อแบบใด นักศึกษาจะสามารถเสนอมุมมองได้ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย  ไม่ใช่ว่าจ้องแต่จะเห็นด้วยอย่างเดียว  หรือไม่เห็นด้วยล้วนๆ
  • ARGUMENT สอนวิธีโต้แย้งเหตุผลที่โจทย์เสนอมา นั่นคือ ไม่ว่าโจทย์จะอธิบายโน้มน้าวให้น่าเชื่อถืออ่างไร  นักศึกษาจะสามารถมองเห็นจุดอ่อนหลายข้อของเหตุผลที่โจทย์เสนอมาได้

แบบฝึกหัดที่ใช้

ฝึกจากโจทย์ที่จะออกสอบจริง

  • GMAT  ประมาณ 280 เรื่อง
  • GRE ประมาณ 480 เรื่อง
  • โดยนำมาจาก Websites ของ GMAT & GRE แล้วแยกหมวดหมู่ตามสไตล์การเขียนแต่ละแบบ
  • สำหรับ GMAT ให้ฝึกเขียนเกี่ยวกับธุรกิจหรือเศรษฐศาสตร์
  • ส่วน GRE นั้น ให้ฝึกเขียนแนววิชาการ และเนื้อหาทั่วไป ซึ่งตรงกับแนวการออกข้อสอบล่าสุด
  • เมื่อได้ฟังครูสอนหลัก และ เข้าใจลักษณะที่ดีในการเขียนแล้ว นักศึกษาสามารถเลือกทำโจทย์ตามแนวที่จะไปสอบได้
  • มีตัวอย่างการเขียนดี ๆ แบบเต็ม ๆ เรื่องให้ไปศึกษาหลายเรื่อง
  • ส่งการบ้านได้ 1 เรื่อง ต่อ 1 วันที่มาเรียน

3.Speaking

มุ่งสอนเพื่อให้พูดตามหัวข้อที่ออกสอบ TOEFL & IELTSสอนวิธีออก accent ที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มความมั่นใจขณะพูดก่อนเริ่มหัวข้อใด จะสอนหลักการพูดที่เกี่ยวข้องให้มีการพูดโต้ตอบกับครู ในลักษณะทั้งชั้น และกลุ่มเล็กฝึกแยกประเด็นในการตอบคำถามหากนึกคำตอบไม่ได้ จะสอนให้พูดประโยคสูตรถ่วงเวลาไว้

ฝึกบรรยายภาพหรือเหตุการณ์ที่โจทย์สั่งมาสอนวิธีพูดออกความเห็น หรือพูดโต้แย้งอย่างมีเหตุผล

ให้สำนวนพูดที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน และในด้านวิชาการเสนอข้อสังเกตในการพูดลำดับเหตุการณ์ หรือกระบวนการเมื่อนักศึกษาพูดผิด จะค่อยๆแก้ไขให้ โดยไม่ทำให้เสียหน้าหากพูดไม่ออก จะพูดชี้นำเพื่อให้นึกคำที่เหมาะสมออกมีแบบฝึกพูดให้ไปทำกับ Computer ที่บ้านมีนัดแยกเป็นกลุ่มย่อย  เพื่อติดตามผลด้วย

4.Listening

สอนวิธีจับ Stream of Sound เพื่อแยกความสำคัญของคำหรือข้อความ ตามที่ผู้พูดออกเสียงสูง-ต่ำมาในบทสนทนา สอนวิธีฟัง Short Conversation, Long Conversation, Talks ในสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งจับใจความ Lectures มีการเปิดเทปในชั้น แล้ววิเคราะห์บทสนทนา ว่าใช้วิธีนำเสนอ ides อย่างไร ใช้อะไรเป็นเครื่องสื่อในการเปลี่ยนเนื้อหา  และผู้พูดบอกเป็นนัยเกี่ยวการสรุปอย่างไรสอนให้เห็นรูปแบบในการแต่งคำถาม และตัวเลือก ว่ามีวิธีหลอกล่ออย่างไรมีแบบฝึกหัดให้ไปทำกับ Computer ที่บ้าน โดยมีเฉลยด้วย

Copyright © 2018. All rights reserved.