สอบเข้า ม.1

คอร์ส ป.6 เข้า ม.1

ระดับ

สำหรับ

รายละเอียด

1.ปรับพื้นฐานสรุปเนื้อหา(โจทย์ง่าย) – เด็กป.6 พื้นฐานไม่แน่น – ทบทวนคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการสอบเข้าม.1 เป็นเนื้่อหาคณิตศาสตร์ที่เรียนตั้งแต่ป.1-ป.6 บทเรียนแต่ละบทประกอบด้วยสรุปเนื้อหาที่สำคัญ สรุปสูตร
2.ตลุยโจทย์ยากเป็นเรื่องๆ – เด็ก ป.6 พื้นฐานมาตรฐาน – ตลุยโจทย์ยากเป็นเรื่องๆที่เคยออกมาแล้ว เพิ่มความรู้ให้แน่นขึ้นตลอดจนถึงเทคนิคการคำนวณแนะนำแนวคิดและเทคนิคในการทำโจทย์ข้อสอบ ตัวอย่างข้อสอบที่แสดงวิธีทำให้ดูอย่างละเอียด ตลอดจนข้อควรระวังซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนมักทำผิดพลาด

 

3.พิชิตโจทย์สอบเข้าแต่ละโรงเรียน – เด็ก ป.6 พื้นฐานดี – พิชิตโจทย์สอบเข้าแต่ละโรงเรียนการประยุกต์ในรูปแบบต่างๆ และการนำไปใช้จนคล่องตัว

    

เปิดสอน 2 ลักษณะ คือ

– เดี่ยว (ตัวต่อตัว)

– กลุ่มจัดมาเองตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ถึง 20 คน                     

           การเตรียมตัวสอบช่วยให้เรามีความพร้อมในสนามสอบแข่งขันมากกว่าคนอื่น และช่วยเพิ่มโอกาสให้เราสอบติดหรือเข้าเรียนในสถาบันที่เราตั้งใจไว้ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการศึกษาที่มีคนอยากเข้าเรียนเยอะมีการแข่งขันสูง คนที่เตรียมตัวมานานกว่ามักจะมีความได้เปรียบคนที่เตรียมตัวน้อยกว่า ในช่วงระยะเวลาของการเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 จะอยู่ในช่วงตั้งแต่ ป.4 – ป.6 ซึ่งถือเป็นระยะเตรียมตัวของการเปลี่ยนสถานะจากนักเรียนประถมเป็นนักเรียนมัธยม ที่ชีวิตในรั้วโรงเรียนและหลักสูตรการศึกษาเปลี่ยนไปจากเดิมและเริ่มต้องรับผิดชอบตัวเองให้มากขึ้น

 

เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 อย่างไรดี ?

หลักในการเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 โดยทั่วไปของนักเรียนแต่ละคนมักจะมีวิธีการที่เหมือนๆกัน คือ พยายามเรียนในห้องเรียนให้เข้าใจ สอบให้ได้เกรดดีๆ และอ่านหนังสือหรือเรียนพิเศษเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่อยากเรียน

 

เลือกโรงเรียนเป้าหมาย

                 เนื่องจากในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันทางด้านการศึกษาค่อนข้างสูง รูปแบบการเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 ของท่านพ่อแม่ผู้ปกครองที่สนับสนุนบุตรหลานของท่าน จึงควรจะมีความพิเศษหรือมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เหมาะสมกับโรงเรียนมัธยมที่ตั้งเป้าหมายจะให้บุตรหลานเข้าเรียนมากที่สุด โรงเรียนมัธยมที่ได้รับความนิยมมาก เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หรือโรงเรียนประจำจังหวัดของแต่ละจังหวัด มักจะมีการทดสอบหรือข้อสอบที่มีระดับความยากสูงกว่าโรงเรียนมัธยมทั่วไปที่ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยมมากนัก ดังนั้น ก่อนการเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 พ่อแม่ผู้ปกครองและบุตรหลานของท่าน จึงควรคุยและปรึกษากันให้เข้าใจเสียก่อนว่า เป้าหมายโรงเรียนมัธยมที่อยากสอบเข้าเพื่อเรียนต่อคือโรงเรียนใด ? เพราะจะช่วยกำหนดเนื้อหาที่ต้องทบทวนและแบบทดสอบที่ต้องทำ ให้ตรงประเด็นกับโรงเรียนที่ตั้งใจจะสอบเข้าให้ได้มากที่สุด เป็นการเพิ่มโอกาสสอบติดให้มีมากขึ้น

 

คำถามยอดนิยมคือ จะสอบเข้า ม.1 โรงเรียนไหนดี ?

เรียนที่ไหนดี ? เป็นคำถามที่พ่อแม่ผู้ปกครองถามกันอยู่เสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่ผู้ปกครองมักตั้งเป้าหมายโรงเรียนที่คิดว่า มีสิ่งแวดล้อมที่ดี วิชาการแน่น และช่วยส่งเสริมให้ลูกมีความรู้เพื่อนำไปสอบในสนามสอบในระดับชั้นถัดไป เช่น สอบเข้า ม.4 และสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้น

 

หลักในการเลือกโรงเรียนที่จะเรียนต่อ ม.1

หากพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ต่างจังหวัด โรงเรียนประจำจังหวัดเป็นโรงเรียนที่น่าเรียนที่สุด เพราะนอกจากจะใกล้บ้านแล้ว สิ่งแวดล้อมและมาตราฐานการเรียนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีหากพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ในกรุงเทพ โรงเรียนมัธยมดีดีมีอยู่หลายโรงเรียน และค่อนข้างได้มาตราฐานอยู่แล้ว อาทิเช่น

  • โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครเขตบางเขน
  • โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขตปทุมวัน
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเขตดุสิต
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงเขตบางกะปิ
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวันเขตปทุมวัน
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรเขตวัฒนา
  • โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขตจตุจักร
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาเขตธนบุรี
  • โรงเรียนสตรีวิทยา 1-3
  • โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี
  • โรงเรียนโยธินบูรณะ
  • โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย
  • โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง
  • โรงเรียนโพธิสาร
  • โรงเรียนศึกษานารี
  • โรงเรียนสวนกุหลาบ เป็นต้น

 

โรงเรียนนานาชาติ

  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์จอห์นเขตจตุจักร
  • โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์เขตบางกะปิ
  • โรงเรียนนานาชาติโมเดิร์นเขตวัฒนา
  • โรงเรียนนานาชาติใหม่แห่งประเทศไทยเขตวัฒนา
  • โรงเรียนนานาชาติเอกมัยเขตวัฒนา
  • โรงเรียนบางกอกพัฒนาเขตบางนา
  • โรงเรียนประชาคมนานาชาติเขตบางนา
  • โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีเขตมีนบุรี
  • โรงเรียนนานาชาตินีวาเขตบางกะปิ
  • โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่เขตบางคอแหลม
  • โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ กรุงเทพเขตห้วยขวาง
  • โรงเรียนนานาชาติฮาโรว์เขตดอนเมือง
  • โรงเรียนนานาชาติฮีทฟิลด์เขตสะพานสูง
  • โรงเรียนนานาชาตินิวสาทรเขตยานนาวา
  • โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์เขตบางนา
  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์สตีเฟ่น กรุงเทพเขตจตุจักร
  • โรงเรียนนานาชาติเวลส์เขตวัฒนา
  • โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟเขตมีนบุรี
  • โรงเรียนนานาชาติการ์เด้นเขตสาทร
  • โรงเรียนนานาชาติไอวี่บาวนด์เขตวัฒนา
  • โรงเรียนนานาชาติคิซเขตห้วยขวาง
  • โรงเรียนอาร์บิส รัศมีนานาชาติเขตพญาไท
  • โรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์เขตบางเขน
  • โรงเรียนนานาชาติเกวลีเขตมีนบุรี
  • โรงเรียนนานาชาติชาเตอร์เขตประเวศ
  • โรงเรียนไพโอเนียนานาชาติเขตคลองสาน
  • โรงเรียนนานาชาติบริทริชโคลัมเบียเขตภาษีเจริญ
  • โรงเรียนนานาชาติทรีนิตี้เขตคลองเตย

วิชาที่ต้องเตรียมสอบเข้า ม.1 มีอะไรบ้าง ?

มีอยู่ 2 วิชา คือ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปแล้วการเรียนการสอนในโรงเรียนประถมในแต่ละโรงเรียนจะสอนเด็กนักเรียนได้ครบตามหลักสูตรของ พสวท. อยู่แล้ว ซึ่งครูจะสอนในลักษณะของเนื้อหาและการทำแบบฝึกหัดเป็นหลัก การสอนเนื้อหาและการทำแบบฝึกหัดเพียงพอสำหรับการเตรียมตัวสอบวิชาคณิตศาสตร์ แต่ในส่วนของวิชาวิทยาศาสตร์อาจจะไม่เพียงพอ เพราะโดยสาระของวิชานี้สิ่งที่จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ครบตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงต้องมีการทดลอง การเรียนทดลองวิทยาศาสตร์จะช่วยให้บุตรหลานมีความรู้มากกว่าคำว่า “ทฤษฎี” เพราะได้เรียน “ปฏิบัติ”ด้วย ซึ่งจะช่วยสร้างและพัฒนาทักษะการคิดในมิติต่างๆโดยเฉพาะเรื่องความมีเหตุผล ฝึกการพูดแสดงความคิดเห็น การทำงานร่วมกับผู้อื่น การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นหรือจะสรุปรวมๆก็ได้ว่า การเรียนทดลองวิทยาศาสตร์ได้ทั้งความรู้ด้านวิชาการและทักษะการใช้ชีวิตในสังคมไปพร้อมๆกัน

 

คะแนน O-NET ก็สำคัญ

O-NET คือ การทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ เพื่อทดสอบมาตราฐานการศึกษาของแต่ละโรงเรียน โดยดูจากผลคะแนนของนักเรียนที่ทำได้ในโรงเรียนนั้น นักเรียนทุกคนที่อยู่ในชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 จะถูกกำหนดให้สอบ O-NET และนำคะแนน O-NET ที่ได้ไปพิจารณาเพื่อเข้าเรียนต่อในสถาบันการศึกษาต่างๆด้วย สำหรับนักเรียนที่เตรียมสอบเข้า ม.1 คะแนน O-NET จะถูกให้น้ำหนักในการเข้าเรียนต่อ ม.1 อยู่ที่ 20% ส่วนอีก 80% ที่เหลือจะเป็นน้ำหนักจากคะแนนสอบของแต่ละโรงเรียน ดังนั้น การทำคะแนน O-NET ให้ดีจะช่วยให้ได้เปรียบคู่แข่งคนอื่นๆด้วย

 

เตรียมตัวสอบเข้า ม.1 ตั้งแต่เรียนชั้นไหนดี ?

โดยทั่วไปแล้ว การเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 ที่ดี คือ เตรียมตัวเป็นระยะกล่าวคือ ตั้งแต่ ป.4 – ป.6 พยายามเรียนให้เข้าใจเนื้อหา ทำแบบฝึกหัดและทบทวนอยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เก็บความรู้ทีละน้อยจะทำให้ความรู้ที่ถูกบันทึกลงในสมองมีระเบียบ เข้าใจและจดจำได้แม่นยำไม่หลงลืมง่ายๆ หากต้องการเรียนพิเศษหรือกวดวิชา ผู้เขียนแนะนำให้เริ่มได้ตั้งแต่ ป.5 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่กำลังเหมาะสมและมีระยะเวลาเพียงพอต่อการเตรียมตัว กล่าวคือ ประมาณ 2 ปี เด็กจะรู้สึกสบายและสนุกกับการเรียนเพราะมีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างนาน ต่างจากการเตรียมตัวตั้งแต่ชั้น ป.6 ที่เวลาเตรียมตัวน้อยกว่า คือ ประมาณ 1 ปี เท่านั้น

 

การเรียนพิเศษหรือกวดวิชาจำเป็นไหม ?

จำเป็นหรือไม่ ? ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเป้าหมายที่ตั้งไว้ กล่าวคือ ถ้าโรงเรียนมัธยมที่เตรียมจะสอบเข้า ม.1 มีการแข่งขันไม่สูง การเรียนพิเศษอาจจะไม่จำเป็นเท่าใดนัก แต่ในทางกลับกันหากโรงเรียนมัธยมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเข้าเรียนให้ได้มีการแข่งขันสูงแน่นอนว่า การเรียนพิเศษหรือกวดวิชามีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จหรือบรรลุวัตถุประสงค์ได้ง่ายขึ้น ในยุคสมัยนี้ เราทุกคนต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า มีการแข่งขันสูงในเรื่องของการเรียนการศึกษา เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองสมัยใหม่ให้ความสำคัญและทราบดีว่า การสนับสนุนลูกในเรื่องของการศึกษาจะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้และความเป็นเลิศในอาชีพ เลี้ยงชีพตนเองได้ และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งจึงสนับสนุนเรื่องการศึกษาให้กับลูกๆในทุกทางที่สามารถทำได้ นั่นอาจส่งผลให้เด็กๆที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้สนับสนุนเรื่องการศึกษามากนักค่อนข้างที่จะเสียเปรียบในสนามสอบแข่งขันต่างๆ

 

ผลการเรียนดีอยู่แล้วจำเป็นต้องกวดวิชาไหม ?

จำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ได้ ในส่วนนี้เราต้องมาดูกันต่อไปว่า มาตราฐานของโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่ดีมากน้อยขนาดไหน ถ้าโรงเรียนประถมที่ลูกเรียนอยู่เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและมีเด็กเก่งรวมตัวกันอยู่มาก การเรียนพิเศษหรือกวดวิชาสอบเข้า ม.1 อาจจะไม่จำเป็นมากนัก เพราะการมีผลการเรียนดีในกลุ่มนักเรียนหัวกะทิจำนวนมากเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้น ผลการเรียนที่ดีของลูกจึงสามารถการันตีได้ในระดับหนึ่งว่า เค้าเป็นเด็กที่เก่งทั้งในสนามสอบโรงเรียนและในสนามสอบระดับประเทศ ในทางกลับกัน หากโรงเรียนประถมที่ลูกเรียนอยู่ไม่ได้เป็นโรงเรียนชื่อดังที่มีเด็กเก่งรวมตัวกันอยู่ ผลการเรียนที่ดีของเด็กอาจไม่สามารถการันตีความเก่งในการสอบแข่งขันระดับประเทศได้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้ว สนามสอบแข่งขันในโรงเรียนประถมมีขนาดเล็กและมีการแข่งขันน้อยกว่าสนามสอบเข้า ม.1 ที่มีขนาดใหญ่และมีการแข่งขันมากกว่า

 

สอบเข้า ม.1 โรงเรียนที่ตั้งใจไว้ไม่ได้ทำอย่างไรดี ?

การวางแผนทุกอย่างควรมีแผนสำรอง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรเตรียมโรงเรียนที่สองและสามไว้ ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดแล้วส่งผลให้ลูกไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ จริงๆแล้ว หากลูกของเราเตรียมตัวพร้อมแล้ว ทำเต็มที่แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองสนับสนุนแบบไม่มีขาดตกบกพร่อง แล้วผลที่ได้ไม่เป็นไปดังหวัง สิ่งที่คนเป็นพ่อแม่ควรทำที่สุด คือ การให้กำลังใจลูกและสนับสนุนเค้าอย่างเต็มที่ต่อไป ทางเลือกและโอกาสของลูกยังมีอีกมากและการสอบไม่ได้เพียงครั้งเดียวไม่ได้เป็นตัวตัดสินอนาคตของเด็กแต่อย่างใด อีกทั้งเด็กยังมีเวลาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขในสนามสอบต่อไป คือ การสอบเข้า ม.4 และการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีความสำคัญกว่าการสอบเข้า ม.1 มาก

 

สรุป

การเตรียมสอบเข้า ม.1 อย่างมีแบบแผนและความเข้าใจที่ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าเรียน ม.1 ในโรงเรียนที่ตั้งเป้าหมายไว้ และช่วยให้การเตรียมตัวของบุตรหลานท่านเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เข้มงวดและเร่งรีบจนเกินไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากจะเน้นย้ำให้พ่อแม่ผู้ปกครองทราบก็คือ การตัดสินใจเลือกโรงเรียนหรือการตัดสินใจใดๆก็แล้วแต่ที่มีผลกับตัวลูก เราอยากให้ท่านพูดคุยและสอบถามความเห็นบุตรหลานของท่านด้วย เพราะแม้ลูกในวัยนี้จะยังเป็นเด็ก แต่ตัวเค้าเองต้องเป็นคนที่ต้องไปโรงเรียนเองทุกวัน พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรฟังเสียงหรือให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของลูกด้วย

Copyright © 2018. All rights reserved.