หลักสูตร GED

หลักสูตร GED (General Educational Development)

GED คือ วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของประเทศสหรัฐอเมริกา คะแนนที่ได้จากการสอบผ่าน GED สามารถใช้แทนวุฒิ ม.6 ได้ในการสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่เป็นหลักสูตรนานาชาติ ผู้สอบต้องมีอายุ 16 บริบูรณ์ อย่างไรก็ตาม คณะที่ยอมรับผลคะแนน GED นั้นจะเป็นเฉพาะคณะที่เป็นหลักสูตรนานาชาติเท่านั้น ซึ่งคณะดังที่ว่าส่วนใหญ่จะต้องการคะแนน GED ในระดับที่แค่ผ่าน แต่มหาวิทยาลัยในบางที่จะกำหนดเกณฑ์คะแนน GED ขั้นต่ำเอาไว้ อย่างเช่น มหิดลที่กำหนดคะแนน GED ขั้นต่ำเอาไว้ที่ 3600

GED ส่วนใหญ่จะเป็นคณะอินเตอร์คณะส่วนใหญ่จะเอาคะแนน GED แค่ผ่าน ก็สามารถมาสมัครสอบมหาลัยได้เลยดังต่อไปนี้

1. หลักสูตรมหาวิทยาลัยนานาชาติมหิดล
2. หลักสูตรคณะนิเทศศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. หลักสูตร คณะอักษรศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
4. หลักสูตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
5. หลักสูตร นวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ (TU-PINE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
6. หลักสูตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ (TEP-TEPE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
7. หลักสูตร คณะวารศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ (BJM) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
8. หลักสูตร คณะรัฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ (BMIR) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9. หลักสูตร ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ ภาคภาษาอังกฤษ คณะศิลปะศาสตร์ (BEC) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
10. หลักสูตร อังกฤษและอเมริกันศึกษา ภาคภาษาอังกฤษ คณะศิลปะศาสตร์ (BAS) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
11. หลักสูตร อาเซียน จีนศึกษา ภาคภาษาอังกฤษคณะศิลปะศาสตร์ (IAC) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
12. หลักสูตร จีนศึกษา ภาคภาษาอังกฤษ วิทยาลัยนานาชาติ ปรีดีพนมยงค์ (PBIC) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13. หลักสูตร อินเดียศึกษา ภาคภาษาอังกฤษ วิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ (PBIC) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14. หลักสูตร กฎหมายธุรกิจ(นานาชาติ) คณะนิติศาสตร์ ม.ธรมศาสตร์

GED แบ่งออกเป็น 5 วิชา คือ

  1. Reading
  2. Writing
  3. Social Studies
  4. Science
  5. Math

ซึ่งแต่ละวิชามีคะแนนเต็ม 800 คะแนน ต้องสอบให้ได้ 410 และต้องได้คะแนนรวมขั้นต่ำ 2,250 คะแนน จาก 4,000 คะแนน เฉลี่ย 60%แต่ละวิชาจะมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ วิชาละ 450 วิชา ซึ่งแต่ละวิชาต้องทำให้ได้มากกว่า 410 คะแนน

ทางสถาบันของเรา เปิดการเรียนการสอนแบบติวเข้ม โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  1. การเรียนส่วนของสาระความรู้การทำแบบฝึกหัด
  2. การทบทวนเนื้อหาที่เรียนทั้งหมดของหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะในส่วนที่นักเรียนอาจจะยังไม่แม่นยำและเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนลงสนามสอบ

รายละเอียดเกี่ยวกับ GED

  1. Reading ข้อสอบจะมีบทความ บทละคร บทสนทณา บทกวีต่างๆ มาให้อ่าน แล้วตอบคำถามค่ะ จะสั้นจะยาว แล้วแต่ข้อค่ะคำศัพท์นี่ยากพอตัวเหมือนกัน บางบทความนี้อ่านไม่รู้เรื่องเลย ประเด็นคือต้องพยายามทำความเข้าใจ แล้วเดาศัพท์จากบริบทรอบข้างให้ได้ คำถามจะประมาณว่า คนเขียนบทความนี้ มีจุดประสงค์อะไร อยู่ในอารมณ์ไหน หัวข้อของเรื่องนี้ความชื่ออะไร จงเลือกบทสรุปของบทความนี้ อะไรประมาณนี้ สรุปคือ ถ้าอ่านเรื่องไม่รู้เรื่อง คือจบ วิชานี้ ครั้งแรก สอบได้ 380 คือไม่ผ่าน เมื่อวันก่อนกลับไปสอบใหม่ ได้ 430
  2. Social Studies วิชานี้ ยากในระดับนึง ไม่ต้องมีความรู้ใดๆ แค่อ่านภาษาอังกฤษออก แล้วรู้คือศัพท์เกี่ยวกับวิชาสังคมบ้างก็พอ โดยรวม จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ US ทั้งการเมือง ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ฯลฯ แต่จะมีเรื่องสงครามโลกแทรกมาด้วย จะมีให้ดูแผนที่ ดูกราฟ แล้วตอบคำถาม คำถามก็จะแนวๆเดียวกัน Reading เลย แค่เจาะลึกมาทางสังคมเท่านั้น แต่ความยาก น้อยกว่า Reading สอบครั้งแรก ได้มา 490 สอบครั้งที่สองได้มา 440
  3. Science  อันนี้ก็จะมีบทความทางวิทย์ให้อ่านเหมือนกัน แต่จะมีกราฟ มีรูปพวก ดีเอ็นเอ พวกคาน พวกแรงไฟฟ้า อะไรพวกนี้เข้ามา และเหมือนเดิม คือไม่ต้องมีความรู้ทางวิทย์ แค่รู้ศัพท์เบื้องต้นค่ะ คำถามจะประมาณ ให้ดูจากรูปภาพและคำอธิบาย ส่วนนี้จากรูปภาพ ใช้ทำงานอะไร และถ้าขาดส่วนนี้ไป จะกระทบต่ออะไร ประมาณนี้ ส่วนนี้ครั้งแรก ได้ 440 ครั้งที่สอง ได้470
  1. Writing วิชานี้ มี2พาร์ทนะคะ พาร์ทแรกเป็นข้อช้อยส์ลักษณะประมาณ error นั่นแหละ จะมีบทความยาวๆมาให้ ซึกตรงนั้นไม่จำเป็นต้องอ่าน มันจะเสียเวลา เพราข้อย่อยที่เป็นคำถามของบทความนั้นๆ มันจะยกประโยคมาเฉยๆ เช่นข้อ1. จากประโยคที่ 11 (แล้วข้อสอบจะยกประโยคนั้นๆจากบทความมาให้) ควรจะแก้ไขในจุดไหนบ้าง แล้วก็จะมีตัวเลือกมาให้ แบบ ตัดคอมม่าหลัง and เปลี่ยน Al though เป็น Although อะไรประมาณนี้ อีกแบบนึงคือจะถามว่า ประโยคนี้ควรย้ายตำแหน่งไปอยู่ไหน เช่น คำถามให้ประโยคที่ 9 มา อันนี้เราต้องกลับไปดูที่บทความล่ะ ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แล้วประโยคนี้ควรย้ายไปตรงไหน หรือควรอยู่ที่เดิม หรือควรตัดออกไปเลย ซึ่งพวกนี้ ข้อสอบจะมีช้อยส์มาให้ ให้เราเลือกว่าจะเอาประโยคนี้ไปไว้หลังพารากราฟ2 เอาไปแทรกหลังประโยคที่ 13 อะไรประมาณนี้ อีกอย่างคือ ข้อสอบจะเอาประโยค 2 ประโยคจากบทความมา แล้วให้เราเลือกว่า ถ้าจะเอาสองประโยคนี้รวมกัน จะเป็นแบบไหน ให้เลือกจากช้อยส์ อีกพาร์ท คือพาร์ทที่สอง ให้เขียนเอสเส่ ในข้อสอบจะไม่มีบอกรายละเอียดอะไรเลย ว่าให้เขียนกี่คำ กี่พารากราฟ แต่โดยหลักการทั่วไปแล้ว ข้อสอบ GED ให้เขียนประมาณ 250 คำ แบ่งเป็น อินโทร1 บอดี้3 สรุป1 หัวข้อที่ให้มา เราไม่ต้องมีความรู้เจาะลึก จะเป็นคำถามทั่วๆไป ที่เราสามารถตอบได้ ซึ่งที่เจอมา ครั้งแรกคือ ให้อธิบายเกี่ยวกับลักษณะนิสัย ประวัติคร่าวๆ ของคนดังที่เราชื่นชอบ ข้อช้อยส์ 500 คะแนน ครั้งที่สอง ได้หัวข้อว่า เราจะสามารถให้ทักษะหรือความสามารถของเราในการช่วยเหลือสังคมยังไงค่ะ ครั้งนี้คะแนนยังไม่ออก เพราะต้องรอส่งไปตรง 5 วันค่ะ
  2. Math อันนี้มีความรู้ รู้วิธีคิดหน่อยก็ดี แต่ไม่ต้องจำสูตรใดๆ เพราะในข้อสอบจะมีหน้าสูตรให้เราแล้วข้อสอบแบ่งเป็น 2 พาร์ทเหมือนกัน พาร์ทแรก ใช้เครื่องคิดเลขได้ (จะมีเครื่องคิดเลขให้ในเครื่อง ไม่ต้องพกไปเองนะคะ) ส่วนพาร์ทสองห้ามให้เครื่องคิดเลขค่ะ วิชานี้ ส่วนมากจะเป็นพวก คำถามที่ให้เทียบบัญญัติไตรยาง หรือบวกลบเศษส่วนจากโจทย์ปัญหา ส่วนใหญ่เป็นเลขแบบพื้นฐาน มีให้พล็อทกราฟ ส่วนให้ข้อสอบเป็นช้อยส์ จะมีประมาณ 5 ข้อที่ให้พิมพ์คำตอบเข้าไปเอง มีสัก 2 ข้อที่ให้พล็อทกราฟค่ะ วิชานี้

ทุกวิชา สอบเสร็จจะได้คะแนนเลย ไปเอาที่หน้าเคาท์เตอร์ ยกเว้น Writing ค่ะ ต้องรอก่อน ภายใน 5 วัน คะแนนจะมาในเว็บค่ะหลายๆท่าน

Copyright © 2018. All rights reserved.